สมัครสมาชิกฟรี คลิกที่นี่

หมวดหมู่พระเครื่อง

รายการประมูล

การประมูลที่ถึงราคาขั้นต่ำ

สถิติเว็บไซต์

ผู้ชมขณะนี้ [11]
ผู้เข้าชมทั้งหมด [ 6884921 ]
สมาชิกทั้งหมด [194]
ร้านพระเครื่องทั้งหมด [34]
พระเครื่องทั้งหมด [1278]
ประมูลทั้งหมด [37]
ลงประกาศฟรีทั้งหมด [303]
ค้นหา พระเครื่อง ร้านพระเครื่อง ประมูลพระเครื่อง ลงประกาศฟรี

พระถ้ำเสือ

พระถ้ำเสือ ความเป็นพระถ้ำเสือ 
        พระ ถ้ำเสือ เป็นพระพิมพ์เนื้อดินที่ไม่ได้เผาหรือเรียกว่า "พระเนื้อดินดิบ" ส่วนใหญ่จะพบตามถ้ำในภูเขาลูกย่อม ๆ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่าพระถ้ำเสือก็เพราะว่า ชาวบ้านไปพบครั้งแรกตอนที่ไปหามูลค้างคาวในถ้ำบนภูเขาชื่อเขาคอก ซึ่งเป็นภูเขาลูกหนึ่งที่เรียงตัวกันเป็นพืดอยู่ทางตะวันตกของอำเภออู่ทอง  ถ้ำที่พบพระนี้เคยเป็นที่อยู่ของเสือมาก่อน จึงเป็นที่มาพากันเรียกพระที่พบว่า "พระถ้ำเสือ" ขุดพบเมื่อประมาณปี พ.ศ.2487
    ต่อมาได้มีการพบพระพิมพ์ลักษณะเดียวกันนี้เรื่อยมา ตามถ้ำต่างๆบนภูเขาที่ ติดต่อกันเป็นเทือก  จากทิศใต้ของอำเภออู่ทองขึ้นไปทางทิศเหนือ ภายหลังได้มีสำนักสงฆ์มาตั้งและ ได้พัฒนาเป็นวัดเขาถ้ำเสือในปัจจุบัน
    พระ ถ้ำเสือเป็นพิมพ์ขนาดเล็ก ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวาราวดีตอนต้น  หรือก่อนสมัยทวาราวดี ประมาณ1,200ปี ถึง 1,800ปีมาแล้ว โดยชุมชนบ้านเมืองในสมัยนั้น นับถือทั้งศาสนาพุทธแบบ มหายาน และฮินดูปะปนกัน
ผู้ ที่สร้างพระถ้ำเสือคือนักบวชหรือพระฤาษีผู้ทรงศีล  สร้างขึ้นมาเพื่อต้องการให้เป็นรูปเคารพเพื่อเสริมสร้างบารมี ให้แก่กษัตริย์หรือผู้นำในโอกาสอันควร โดยมีพิธีกรรมต่างๆ และขอบารมีจากพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เคารพบูชาทั้งพระพุทธเจ้า ยักษ์ เทวดา ฤาษี ให้มาสถิตย์ในรูปเคารพที่สร้างขึ้น แล้วนำไปเก็บไว้ในถ้ำน้อยใหญ่ต่างๆ  ให้ผู้ที่ได้พบในภายภาคหน้านำไปสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล  และอาจรวมไปถึงต้องการให้เป็นผลบุญเพิ่มพูนบารมีแก่ผู้สร้างด้วย
 

                                                                   พระถ้ำเสือ

 
    แหล่งที่พบพระถ้ำเสือ
          ส่วนใหญ่จะพบในถ้ำต่างๆบริเวณเทือกเขาที่ประกอบด้วย ภูเขาขนาดย่อมๆเรียงตัวติดกันเป็นพืด ของอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี แนวเขานี้อยู่ทางตะวันตกของอำเภออู่ทอง  ทอดตัวยาวพาดผ่านจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ความยาวของแนวเขาประมาณ 30กิโลเมตร อยู่ ทางใต้ของอำเภออู่ทองประมาณ 5 กิโลเมตร และขึ้นไปอีก25กิโลเมตรอยู่ทางเหนือของอำเภออู่ทอง เทือกเขาที่กล่าวนี้ดูตามลักษณะธรณีวิทยาแล้วเป็นเขาหินปูนทั้งสิ้น จึงทำ ให้เกิดถ้ำมากมายเล็กบ้างใหญ่บ้าง
     ถ้าจะดูตามลักษณะภูมิศาสตร์แล้ว เทือกเขานี้แบ่งออกได้เป็น 3ช่วง และสันนิษฐานว่า ที่ราบเนินเขาแต่ละช่วงที่ถุกแบ่งโดยลำน้ำที่ไหลผ่านนั้น จะ ต้องเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณซึ่งอยู่อาศัยในบริเวณนั้น ส่วนทิศตะวันออกของ ชุมชนเป็นที่ราบ สามารถทำการเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี และอยู่ติดกับทะเล (ในสมัยนั้นมีหลักฐานว่าอ่าวไทยขึ้นมาถึงแถบอู่ทอง สุพรรณบุรี)
     เทือกเขาช่วงแรกๆ  ที่ห่างจากอำเภออู่ทองไปทางตะวันตก 2 กิโลเมตร จะพบพระถ้ำเสือจากกรุเขาคอกหรือกรุเขา
ถ้ำ เสือ กรุเขาพระ(สรีสรรเพช) กรุเขาทำเทียม สำหรับเทือกเขาช่วงกลางๆ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภออู่ทองไปประมาณ 10กิโลเมตร ช่วงนี้จะพบพระถ้ำเสือกรุวัดเขาดีสลัก กรุวัดเขากำแพง กรุวัดหนองกุฏิ  และสำหรับเทือกเขาช่วงเหนือสุดห่างจากอำเภออู่ทองไป 20กิโลเมตรซึ่งเป็นเทือกเขาสูง  คือเทือกเขาวง จะพบพระถ้ำเสือที่เขาพระมากถึง 2กรุ คือกรุเขาพระ(จร้า) และกรุวัดเขาวงษ์ นอกจากนี้แล้วยังพบพระถ้ำเสือในเนินเขาลูกย่อมๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขานี้ด้วยเช่นกัน คือที่เขานกจอดและเขากระจิว
 
 
 

พระถ้ำเสือในเนินเขา

 
                                            
 
 
        
  ประวัติศาสตร์  โบราณคดีของอำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี
           อำเภออู่ ทองจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่พบพระถ้ำเสือ ในอาณาบริเวณอำเภออู่ทองนี้ได้มีการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์โบราณคดี จนมีหลักฐานแน่ชัดว่า เป็นพื้นที่ที่มีชุมชนอาศัยอยู่กันมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ต่อมาก็เป็นสมัยสุวรรณภูมิ สมัยทวาราวดี ซึ่งมีสมัยศรีวิชัยแทรกอยู่ช่วงหนึ่ง และตัวเมืองอู่ทองถูกปล่อยให้ร้างไปในราวปี พ.ศ 1700
       บริเวณส่วนที่เป็นตัวเมือง  มีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย  ชี้ชัดว่าในสมัยทวาราวดี เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่และรุ่งเรืองมากทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ การค้าขาย วัฒนธรรมและการศาสนา นักประวัติศาสตร์โบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อว่าเมืองอู่ทองนี้เป็นศูนย์กลางของ ดินแดนสุวรรณภูมิในสมัยนั้น  
        ประวัติการค้นพบเมืองโบราณอู่ทอง โดยสุวัฒน์ อ่ำสุวรรณ ในหนังสือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอู่ทอง 2545 เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า เมืองอู่ทองเป็นเมืองโบราณ  ตั้งอยู่ในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อนี้ปรากฏเป็นครั้งแรกในรายงานเสด็จตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 (ร.ศ.122) ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ว่าได้เสด็จไปทอดพระเนตรเมืองโบราณที่ชาวบ้านเรียกว่าเมืองท้าวอู่ทอง  ซึ่งอยู่เหนือบ้านจระเข้สามพัน แขวงสุพรรณบุรี  มีแม่น้ำโบราณจระเข้สามพันไหลผ่านแต่ตื้นเขินแล้ว  สำหรับตัวเมืองนับเป็นเมืองใหญ่มีกำแพงเมือง  2 ชั้น และมีสระใหญ่หลายสระ ด้านในเมืองมีโคกอิฐและร่องรอยของเจดีย์ซึ่งเป็นวัดโบราณหลายแห่ง รวมทั้งพบพระพุทธรูปทวาราวดี ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณที่พระปฐมเจดีย์  ซึ่งมีอายุเก่ากว่าเมืองสุพรรณบุรีมาก 
        กับทั้งสันนิษฐานว่าเมืองอู่ทองคงเจริญเป็น 2ยุค โดยแต่เดิมนั้น เมืองนี้คงมีกษัตริย์ปกครองแต่เมื่อแม่น้ำจระเข้สามพัน เปลี่ยนทางเดิน ทำให้แม่น้ำเมืองนี้ตื้นเขินจนต้องขุดสระหาน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ต่อมาเกิด กันดารน้ำหรือเกิดโรคระบาดทำให้ต้องย้ายเมืองไปที่อื่น 
กับ ทั้งยังบันทึกข้อความวินิจฉัยไว้ด้วยว่า "เมืองอู่ทองนี้ตรงกับที่เรียกว่าเมืองสุพรรณภูมิ ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัยและน่าเชื่อว่า  เมืองอู่ทองนี้เองเป็นเมืองเดิมของพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งไปสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีด้วย  ยังมีวัดและพระเจดีย์ซึ่งแบบอย่างและผีมือเข้ากับครั้งกรุงศรีอยุธยาในชั้น แรกปรากฏอยู่หลายแห่ง"
 
 
 
 
 
 
                                                         เจดีย์เก่าสมัยทวาราวดี ที่อำเภออู่ทอง



ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลดีๆ ขออนุญาติเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน หากเป็นลิขสิทธิ์ที่ไม่ต้องการให้เผยแพร่ กรุณาแจ้งได้ที่เมล์ที่ทำการเว็ป ฯ
webmaster
 

เมื่อ 29 มกราคม 2556 เข้าชม2809 ครั้ง